ทีมสนับสนุนลูกค้าของเราพร้อมตอบคำถามของคุณ ถามอะไรเราสิ!
อยากทำธุรกิจนำเข้าสินค้า ควรเริ่มตรงไหน

อยากทำธุรกิจนำเข้าสินค้า ควรเริ่มตรงไหน

ปัจจุบันมีคนสนใจอยากนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยมากมาย เนื่องจากสินค้าในต่างประเทศมีความน่าสนใจ แตกต่าง และยังมีราคาถูกกว่าสินค้าในประเทศไทยอย่างมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากเริ่มทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหน นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจของคุณ

คุณคงเคยได้ยินเครื่องมือวางแผนการตลาดผ่านการวิเคราะห์ส่วนผสมทางการตลาด 4 ส่วนหรือ 4P Marketing Mix ซึ่งประกอบไปด้วย (1) Product หรือสินค้า (2) Price หรือราคา (3) Promotion หรือการส่งเสริมการตลาด (4) Place หรือช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากลูกค้าคือคนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินการไปได้อย่างดี และประสบความสำเร็จ ฉะนั้นคุณควรให้ความสนใจกับลูกค้าของคุณ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะใช้เครื่องมือ 4P นี้ ในการวิเคราะห์ลูกค้าของคุณ

สำหรับธุรกิจนำเข้าสินค้า

1)Product หรือสินค้า

เนื่องจากสินค้าคือองค์ประกอบหลักของธุรกิจ ดังนั้น ก่อนที่คุณจะทำธุรกิจใดๆหรือ ก่อนที่จะเริ่มนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ คุณควรศึกษาและวิเคราะห์ตลาดก่อน เช่น ศึกษาประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทย ศึกษาราคาในตลาดก่อนว่าเป็นอย่างไร และถ้าคุณจะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขาย คุณจะมีความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคากับคู่แข่งได้หรือไม่ โดยคุณควรลองคำนวณราคาต้นทุนและกำไรที่เหมาะสม และดูว่าการนำเข้าสินค้ามานี้ จะมีโอกาสสร้างกำไรให้ธุรกิจของคุณหรือไม่ พยายามนำเข้าสินค้าที่มีจุดขาย หรือข้อดีที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยบริษัทของเรา สามารถช่วยคุณค้นหาสินค้าราคาถูก สินค้าที่มีเอกลักษณ์ หรือสินค้าที่แปลกใหม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณสนใจสินค้าที่มาจากประเทศจีน เรามีความเชื่ยวชาญในการให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างมาก หากคุณสนใจ สามารถติดต่อเราเพื่อรับแคตตาล็อกสินค้าจากร้านค้าที่จีน โดยคุณจะสามารถเปรียบเทียบราคาของแต่ละร้านได้ เมื่อคุณพบซับพลายเออร์สินค้านำเข้าจากจีนที่คุณต้องการแล้ว คุณสามารถติดต่อเราเพื่อนำเข้าสินค้าได้เลย

2)Price หรือราคา

นอกจากการศึกษาและวิเคราะห์ตลาดแล้ว คุณควรศึกษากลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย ควรดูว่าสินค้าที่คุณจะนำเข้ามานั้น มีความเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของคุณหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันก็มีความต้องการและความสามารถในการจ่ายที่ต่างกัน โดยการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนสามารถช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากสินค้าที่ผลิตในประเทศจีนนั้น มีราคาที่ถูกกว่าสินค้าจากประเทศอื่น และต้นทุนค่าขนส่งก็มีผลต่อราคาสินค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรนำเข้ากับบริษัทที่คิดค่าขนส่งไม่แพงและมีคุณภาพ โดยบริษัทของเรานั้น ให้บริการมาอย่างยาวนาน มีการให้บริการที่ดี และมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพที่คุณจะได้รับ สนใจนำเข้าสินค้ากับเราติดต่อมาได้เลยตอนนี้

3)Promotion หรือการส่งเสริมการตลาด

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างต่างทำให้ต้องมีการทำการ Promote หรือการเข้าถึงลูกค้าตามสื่อต่างๆที่แตกต่างกันตามกลุ่มของลูกค้า ดังนั้น คุณควรมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้ทำการส่งเสริมการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกกลุ่มเป้าหมาย

4)Place หรือช่องทางการจัดจำหน่าย

คุณควรเลือกช่องทางในการจำหน่ายให้เหมาะสมกับชนิดสินค้าที่ต้องการนำเข้ามา หากคุณต้องการขายแบบมีหน้าร้าน คุณก็ควรศึกษาสถานที่ให้ดีและเหมาะสมกับประเภทของสินค้าที่คุณจะจำหน่าย หรือถ้าคุณเลือกช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram หรือเว็ปไซต์ ก็ต้องเลือกช่องทางที่ขายให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้าที่คุณจะนำเข้ามาขายด้วยเช่นกัน

แล้วจะนำเข้าสินค้าอย่างไร

สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก็ควรจะหาบริษัท Outsource เพื่อจะช่วยคุณในการดำเนินการต่างๆให้ราบรื่น เนื่องจากขั้นตอนในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศนั้น มีความยุ่งยากและมีกระบวนการมากมาย ดังนั้น เพื่อที่จะทำให้คุณนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้อย่างง่ายดายก็ควรจะมีบริษัทที่น่าเชื่อถือ และสามารถช่วยคุณได้ในทุกๆขั้นตอนได้ โดยบริษัท AsiaCommerce นั้น มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยคุณในทุกๆขั้นตอนในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับมือใหม่ที่สนใจจะทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือต้องการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ บริษัทของเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ท่าน โดยท่านสามารถอีเมลมาที่ Email: [email protected] เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการขำเข้าสินค้าได้ฟรีผ่านทางแอพพลิเคชั่น Zoom

 

ช่องทางในการติดต่ออื่นๆ

IG: asiacommerceth

Facebook: AsiaCommerce Thailand

วิธีการนำเข้าสินค้าจากจีน

วิธีการนำเข้าสินค้าจากจีน


1. ศึกษาตลาดและสินค้าที่ต้องการจะนำเข้า

การศึกษาตลาดและการคัดเลือกสินค้าที่จะนำเข้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้นำเข้าต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก โดยการเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาขาย ผู้นำเข้าควรค้นหาผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ศึกษาข้อมูลของสินค้า องค์ประกอบสินค้า หรือควรขอดูตัวอย่างสินค้าจริงจากผู้ที่ค้าส่ง และศึกษาข้อคิดเห็นของผู้ที่เคยใช้บริการสินค้าเหล่านั้น เพื่อตรวจสอบคุณภาพว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้ขาย อีกทั้งยังควรศึกษาตลาดเพื่อดูแนวโน้มสินค้าในปัจจุบันและปริมาณคู่แข่งในตลาด เพื่อให้สินค้าที่คุณเลือกนำเข้าสามารถแข่งขันในตลาดได้

นอกจากนี้ผู้นำเข้าควรศึกษาข้อจำกัดด้านการขนส่งและกฎหมายในประเทศให้ถี่ถ้วน และควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าสินค้าที่ต้องการนำเข้าเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมายและได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศได้ เนื่องจากสินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจจะต้องเสียภาษีในราคาแพง หรืออาจเกิดการยึดสินค้าจากกรมศุลกากรได้

2. เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นกรมศุลกากร

ในกรณีที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ควรเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกรมศุลกากร ดังนี้
2.1 บัญชีราคาสินค้า ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า เช่น รายการจำนวนสินค้า ราคาต่อหน่วย น้ำหนัก เป็นต้น
2.2 บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ ซึ่งเป็นเอกสารแสดงรายละเอียดของที่บรรจุในแต่ละหีบห่อสินค้า
2.3 ใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องยื่นต่อกรมศุลกากรในการนำเข้าสินค้า
2.4 ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า
2.5 เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบตราส่งสินค้าทางเรือ, เอกสารแสดงส่วนผสม

3. ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

ในขั้นตอนนี้ถ้าหากคุณไม่อยากดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆด้วยตนเอง ก็สามารถใช้บริการบริษัทขนส่งหรือโลจิสติกส์ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันชิปปิ้งจะมีให้บริการ 2 แบบ ได้แก่ ชิปปิ้งที่บริการสั่งสินค้าให้พร้อมนำส่ง และชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียว โดยชิปปิ้งที่บริการสั่งสินค้าให้พร้อมนำส่ง จะให้บริการชิปปิ้งในทุกขั้นตอน เพียงแค่ผู้นำเข้าติดต่อกับชิปปิ้งและแจ้งว่าต้องการสั่งสินค้าประเภทไหนและจำนวนเท่าไหร่ โดยชิปปิ้งประเภทนี้ ผู้ที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนก็สามารถใช้บริการได้ และหากสินค้ามีปัญหา ทางร้านต้นทางส่งไม่ครบ ก็สามารถให้ชิปปิ้งติดต่อจัดการให้ได้เลย ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้นำเข้าเป็นอย่างมาก แต่อาจมีค่าบริการที่สูงกว่าชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียว โดยชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียวนั้น จะมีข้อจำกัดที่น้อยกว่า เนื่องจากสามารถเลือกร้านค้าที่ประเทศจีนและสินค้าที่ต้องการนำเข้าได้เอง สามารถกดซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ เช่น Taobao และ 1688 ได้โดยตรง แต่การบริการรูปแบบนี้คุณจะต้องสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ และหากเกิดปัญหา เช่น สินค้าที่สั่งมาไม่ถูกต้องหรือเสียหาย คุณต้องเป็นคนติดต่อร้านค้าที่จีนด้วยตนเอง

ถ้าคุณต้องการดำเนินการด้วยตนเองจะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
3.1 ยื่นเอกสารสำคัญในการขนส่งสินค้าขาเข้า ดังที่กล่าวในขั้นตอนที่ 2 โดยข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบศุลกากร เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะออกเลขที่ใบขนสินค้าให้ แต่หากมีข้อมูลผิดพลาด ผู้นำเข้าจะต้องทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการขั้นต่อไป
3.2 ทำการชำระภาษีอากรให้เรียบร้อย โดยเงื่อนไขการเสียภาษีอากรของสินค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน และสามารถชำระภาษีอากรได้ 3 ช่องทางคือ ผ่านกรมศุลกากร, ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และผ่านช่องทางธนาคาร ในขั้นตอนนี้ต้องเตรียมสินค้าให้พร้อมเพื่อตรวจสอบและปล่อยสินค้าออกจากกรมศุลกากร
3.3 เมื่อผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้านำเข้าพร้อมกับใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันว่าได้ชำระค่าภาษีอากรที่คลังสินค้าเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลของสินค้าเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง และจึงจะทำการปล่อยสินค้าให้กับผู้นำเข้าต่อไป

เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถนำเข้าสินค้าจากจีนได้สำเร็จ พร้อมที่จะนำมาจำหน่ายในร้านของคุณ

หากคุณไม่ต้องการดำเนินการตามขั้นตอนที่มากมายข้างต้นด้วยตนเอง เราขอแนะนำบริการการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนแบบถูกกฎหมายของบริษัท AsiaCommerce Network Thailand โดยเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์ที่จะดำเนินการนำเข้าให้คุณตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า สินค้าที่คุณสั่งซื้อจะจัดส่งให้คุณถึงหน้าบ้านในเวลาอันรวดเร็ว

สนใจสมัคร AsiaCommerce Membership กับเรา

 

วิธีการเริ่มต้นการตลาดเพื่อ “การส่งออก”

วิธีการเริ่มต้นการตลาดเพื่อ “การส่งออก”

จะ “ส่งออก” ได้อย่างไร นี่เป็นคำถามที่มักถูกถามโดยนักธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การส่งออกคืออะไร และมีประโยชน์อื่นใดนอกจากกำไรของบริษัทหรือไม่? เราจะส่งออกได้อย่างไร แล้วจะทำการตลาดหรือการตลาดยังไงให้สินค้าไปขายต่างประเทศ? เรามีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ทั้งหมดในบทความนี้

1. การส่งออก คืออะไร?

การส่งออก สิ่งค่า (Export) คือการส่งออกสิ่งค้า / บริการ จากต้นทางสู่ปลายทาง ซึ้งรวม ทางบก ทางน้ำ หรือ ทางอากาศ แหละ ผู้ส่งออกสิ่งค้าหรือบริการมีชื่อว่า ผู้ส่งออก โดยการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกคือ การขายสินค้าและบริการในประเทศไปสู่ตลาดอืน (ตลาดศากล) การส่งออกและการนำเข้าสินค้าจะต้องมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง คือ กรมศุลกากร

 

2. ข้อได้เปรียบในการส่งออก

A. การเข้าถึงตลาดที่เพิ่มขึ้นและขนาดการผลิต

เมื่อคุณส่งออก ผลิตภัณฑ์ของคุณจะไม่ได้เพียงแค่ขายในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในต่างประเทศด้วย ส่งผลให้โอกาสที่ตลาดของคุณจะเข้าถึงพื้นที่ได้กว้างกว่าที่เคยมีอยู่ การเป็น บริษัท ระหว่างประเทศ คุณจะได้รับแรงจูงใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก นวัตกรรมนี้สามารถสร้างกลุ่มตลาดใหม่กับลูกค้าประจำต่อแบรนด์ของคุณมากขึ้น

เนื่องจากการเข้าถึงตลาดที่กว้างขวางจะมีความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่อให้บริษัทของคุณได้รับการสนับสนุนให้ทำการผลิตมากขึ้นและเพิ่มขนาดการผลิตของบริษัท

B. เพิ่มกำไร/กำไรของบริษัท

หากคุณสามารถรักษายอดขายได้และมีฐานลูกค้าที่ประจำในตลาดโลก คุณจะมั่นใจได้ว่าผลกำไรที่คุณจะได้รับจะเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่ามันใหญ่กว่าการขายในตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดท้องถิ่น คุณยังจะได้รับความช่วยเหลือจากความแตกต่างในไลฟ์สไตล์และอัตราแลกเปลี่ยนในบางประเทศ ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือการเสิร์ฟลูกชิ้น ในประเทศไทย เราสามารถซื้อไข่ไก่ๅ/ฟองด้วยราคาสูงสุด 40บาท. อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา (US) มีการขายไข่ไก่ขั้นต่ำที่ราคา 3 ดอลลาร์ ต่อ 12 ฟอง หากคุณแปลงกลับเป็นรูเปียห์ คุณจะได้รับเงินมากกว่า 100 บาท ธุรกิจส่งออกเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มาก

C. เพิ่มการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

จากข้อมูลของ www.simulationcredit.com การส่งออกเป็นกิจกรรมการค้าที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเพิ่มการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของประเทศ ยิ่งสินค้าในประเทศขายเป็นสกุลเงินต่างประเทศมากเท่าไร ประเทศผู้ส่งออกก็จะยิ่งได้รับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากขึ้น รัฐบาลยังแสวงหาความมั่งคั่งตามธรรมชาติประเทศไทยเพื่อให้มีมูลค่าการส่งออกสูง ดังนั้นกิจกรรมการส่งออกจึงส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอินโดนีเซีย

3. วิธีการส่งออก

กิจกรรมการส่งออกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

A. ส่งออกโดยตรง

การส่งออกประเภทนี้ดำเนินการโดยผู้ส่งออกโดยตรง การขายในต่างประเทศสามารถทำได้โดยผู้จัดจำหน่าย ตัวแทนของบริษัท หรือผ่านตัวคุณเองในฐานะผู้ส่งออก ข้อดีของการส่งออกประเภทนี้คือคุณสามารถดูแลและควบคุมกระบวนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือนอกจากค่าขนส่งที่สูงมากเมื่อส่งออกในปริมาณน้อย ยังมีเอกสารที่ต้องเตรียมอีกมากมาย บริษัทที่ประสงค์จะนำเข้าหรือส่งออกจะต้องรวมเป็น PT คุณต้องตรวจสอบระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับสินค้าด้วยตนเองและดูแลเอกสารการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ผลิตภัณฑ์ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริษัทของคุณยอมรับวิธีการชำระเงินหลายวิธี เช่น L/C แน่นอนว่ากระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อนนี้ต้องตามมาด้วยการเตรียมผลิตภัณฑ์ของคุณและการค้นหาผู้ซื้อในต่างประเทศ

B. การส่งออกทางอ้อม

การส่งออกทางอ้อมเป็นวิธีการขายสินค้าในต่างประเทศผ่านตัวกลางหรือบุคคลที่สาม บุคคลที่สามที่เหมาะสมในการทำให้กิจกรรมการส่งออกเป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าการนำเข้าอย่างอิสระ บริษัทภายนอกบางแห่งมักจะดูแลเฉพาะการส่งมอบสินค้าหรือการชำระเงินเท่านั้น

บริษัทบุคคลที่สามรายหนึ่งที่สามารถช่วยคุณโดยรวมด้วยการส่งออกที่ง่ายดายคือ AsiaCommerce AsiaCommerce ช่วยให้คุณไม่ต้องเตรียมเอกสารที่ซับซ้อน เพราะทีมงานจะดูแลให้คุณเอง เอกสารเหล่านี้รวมถึงการตรวจสอบระเบียบข้อบังคับและการอนุญาต คุณไม่จำเป็นต้องสับสนกับวิธีการชำระเงิน เพราะ AsiaCommerce สามารถช่วยคุณเจรจากับลูกค้าเกี่ยวกับการชำระเงินได้ การส่งออกโดยใช้บริการของบุคคลที่สามของ AsiaCommerce คุณเพียงแค่ต้องดูแลความพร้อมใช้งานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนผู้ซื้อในประเทศที่คุณกำหนดเป้าหมาย หากคุณส่งออกทีละรายการ ขอแนะนำให้ใช้บริการนี้เนื่องจาก PT ที่จำเป็นจะเป็นไปตาม PT จาก AsiaCommerce

4. วิธีการทำการตลาดเพื่อการส่งออก

หลังจากทราบข้อดีและเส้นทางการส่งออกแล้ว กิจกรรมการส่งออกยังคงไม่สามารถทำได้หากคุณไม่มีผู้ซื้อ แล้วเราจะหาผู้ซื้อจากต่างประเทศได้อย่างไร? ดูขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อดูเคล็ดลับง่ายๆ ในการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ของคุณในต่างประเทศ!

A. เลือกประเทศที่ตรงกับสินค้า

แน่นอน ขั้นตอนแรกในการส่งออกคือคุณต้องกำหนดก่อนว่าต้องการขยายไปประเทศใด ในการเลือกประเทศเป้าหมาย การทำวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เลือกประเทศที่คุณทราบดีอยู่แล้วว่าผู้คนมีพฤติกรรมอย่างไร นี่เป็นเพราะว่าประเทศหนึ่งมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากวัฒนธรรมชาวอินโดนีเซียอย่างแน่นอน ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะรับสินค้าได้ ตัวอย่างเช่น หากผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นนาฬิกาที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีสำหรับของขวัญ ก็อย่าส่งออกไปยังประเทศจีน สิ่งนี้มีตรรกะเช่นเดียวกับการส่งออกอาหารที่ไม่ใช่ฮาลาลไปยังประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เช่น ซาอุดีอาระเบีย

B. การวิจัยคู่แข่งในประเทศปลายทาง

หลังจากทำวิจัยประเทศแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำวิจัยคู่แข่งในประเทศที่คุณกำลังจะไป นอกจากการดูว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเหมาะสมกับประชากรในท้องถิ่นหรือไม่ คุณยังจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันผลิตภัณฑ์ในประเทศนั้น ๆ (เกณฑ์เปรียบเทียบ) ในบางกรณี ลูกค้าต่างประเทศอาจชอบผลิตภัณฑ์ในประเทศของตนมากกว่าสินค้านำเข้าของคุณ เหตุผลแตกต่างกันไปตั้งแต่การเปรียบเทียบราคาหรือเพราะความรักในผลิตภัณฑ์ในประเทศ ดังนั้นคุณต้องแน่ใจว่าคนในพื้นที่ไม่มีการพึ่งพานั้น เมื่อตรวจสอบจำนวนการแข่งขันในประเทศ คุณจะพบว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณจะทำกำไรได้หรือไม่

C. เตรียมงบประมาณ

แม้ว่าคุณจะขอชำระเงินล่วงหน้า แต่ก็ยังต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการดำเนินธุรกิจส่งออก คุณต้องใช้ต้นทุนเงินทุนเพื่อทำวิจัยตลาด ต้นทุนยังจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์และการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่คุณทำวิจัยตลาดและพบว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ คุณต้องเตรียมเงินเพื่อจัดส่งไปต่างประเทศไม่ว่าจะโดยทางเรือหรือทางเครื่องบิน สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการให้ธุรกิจส่งออกของคุณมีขนาดใหญ่ คุณต้องเตรียมเงินทุนจำนวนมากเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาด/การตลาด กิจกรรมทางการตลาดเพื่อการส่งออกสินค้ามีอะไรบ้าง? 

D. สร้างเว็บไซต์บริษัท

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหากคุณยังไม่ได้วางแผนที่จะสร้างหน้าร้านจริงในประเทศที่คุณต้องการไป ด้วยเว็บไซต์ ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่ค้นหาผลิตภัณฑ์ของคุณทางออนไลน์จะมีความมั่นใจในแบรนด์ของคุณมากขึ้น เว็บไซต์มักใช้เป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการขายและมีรายการสินค้าของบริษัทครบถ้วน เว็บไซต์ที่ดีและครบถ้วนจะช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณเพื่อให้ลูกค้าออนไลน์ไว้วางใจได้ง่าย

E เข้าร่วมนิทรรศการระดับนานาชาติ

การเข้าร่วมนิทรรศการผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะนิทรรศการในประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของคุณ เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตราสินค้าของคุณ นอกจากนี้ นิทรรศการผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติยังมีศักยภาพที่จะนำคุณไปสู่ร่วมกับผู้จัดจำหน่ายที่สามารถสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก

หลังจากอ่านบทความข้างต้นและตระหนักว่าการเริ่มต้นธุรกิจส่งออกด้วยความช่วยเหลือจากบุคคลที่สามเป็นเรื่องง่ายเพียงใด คุณสนใจหรือไม่ ไม่ต้องกังวล! เพียงแค่เริ่มต้นด้วยบริการนำเข้า-ส่งออกที่ไม่ซับซ้อนกับ AsiaCommerce และเพลิดเพลินกับความสะดวกในการทำธุรกิจในต่างประเทศ คลิกที่นี่หรือที่ภาพด้านล่างเพื่อลงทะเบียนทันที!

 

https://th.asiacommerce.net/import-export-request/
อาลีบาบา 101: วิธีการจัดส่งสินค้าในราคาถูก?

อาลีบาบา 101: วิธีการจัดส่งสินค้าในราคาถูก?

วิธีการจัดส่งสินค้าจาก "อาลีบาบา" ในราคาถูก

นักธุรกิจไม่ว่าจะหน้าเก่า หรือหน้าใหม่ต้องเคยได้ยินชื่อ “อาลีบาบา” กันทั้งนั้น อาลีบาบาเป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติของจีนที่เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ การค้าปลีก อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี ปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้าของ “อาลีบาบา” ในไทยถูกสร้างขึ้นที่ถนนบางนา – ตราด อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่ 232 ไร่ 

ในมุมของการดำเนินธุรกิจแล้ว “อาลีบาบา” ย่อมหวังในเรื่องผลประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ แต่ในเชิงของการทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้ความร่วมมือและเงื่อนไขที่ว่า “อาลีบาบา” จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าในกลุ่ม OTOP และ SME สู่ระบบอีคอมเมิร์ซเพื่อให้ผู้ประกอบการในไทยสามารถนำเสนอสินค้าสู่ชาวโลกได้มากขึ้น และจะเข้ามาช่วย ส่งเสริม ให้ความรู้ผู้ประกอบการในเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังจะส่งเสริมให้ให้ความรู้ในเรื่องของศุลกากรเกี่ยวกับการซื้อขายระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย และอีกประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลไทยหวังว่าจะได้รับประโยชน์ คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งอาลีบาบามีบริษัทจองทัวร์ที่ชื่อว่า Alitrip อยู่โดยตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Zhejiang Fliggy Network Technology Company Limited

ในบทความนี้ Asiacommerce ขอนำเสนอคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยโดยผู้นำเข้ามือใหม่เกี่ยวกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา รวมถึงวิธีการจัดส่งไปรษณีย์ของอาลีบาบาให้ราคาถูกที่สุด

อาลีบาบา

1. ซัพพลายเออร์ระดับ Gold ของ “อาลีบาบา”

ค่าขนส่งของอาลีบาบาราคาเท่าไหร่? ในการตอบคำถามนี้ ก่อนอื่นคุณต้องทำความรู้จักกับซัพพลายเออร์ของอาลีบาบาเพราะค่าขนส่งมักจะขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ หากคุณเคยค้นหาสินค้าในอาลีบาบาหรือเพียงแค่ดูเว็บไซต์ คุณจะรู้ว่ามีซัพพลายเออร์ 2 ประเภทในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซนี้ ซัพพลายเออร์สองประเภทในอาลีบาบาคือ ซัพพลายเออร์ปกติ และซัพพลายระดับ Gold โดยปกติผู้นำเข้ามือใหม่จะมองหาซัพพลายเออร์โดยพิจารณาจากการมีหรือไม่มีโลโก้ซัพพลายเออร์ระดับ Gold เนื่องจากถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่าซัพพลายเออร์ทั่ว ๆ ไป

อย่างไรก็ตาม ระบบซัพพลายเออร์ระดับ Gold ของอาลีบาบา ทำงานเหมือนกับระบบ Power Merchant บน Tokopedia หรือไม่? คำตอบคือไม่ เพราะใน Tokopedia การเป็น Power Merchant วัดจากประสิทธิภาพของร้านค้าและรายได้ การเป็นซัพพลายเออร์ระดับ Gold ของอาลีบาบานั้นไม่ใช่เรื่องยาก ตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของอาลีบาบา การเป็นซัพพลายเออร์ระดับ Gold สามารถเป็นได้ด้วยการจ่ายเงินและสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย จึงทำให้ซัพพลายเออร์ระดับ Gold ไม่น่าเชื่อถือเสมอไป

ดังนั้นคุณจะหาซัพพลายเออร์ที่เหมาะสม และน่าเชื่อถือได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่คุณควรพิจารณาเมื่อเลือกซัพพลายเออร์:

  • ราคาสินค้าที่ขาย
  • ราคาขั้นต่ำหรือปริมาณการซื้อขั้นต่ำ
  • บริษัทซัพพลายเออร์อยู่ในอาลีบาบามาเป็นเวลานาน
  • ชื่อเสียงและคำวิจารณ์ของซัพพลายเออร์

หากสิ่งนี้ซับซ้อนเกินไปและใช้เวลานาน คุณสามารถใช้บริการ Fulfillment ของบริษัทบุคคลที่สามเพื่อช่วยคุณดำเนินการควบคุมคุณภาพ (QC) ด้วยการควบคุมคุณภาพ บุคคลที่สามจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามราคาและความคาดหวังของคุณ หนึ่งในบริษัทบุคคลที่สามที่คุณสามารถวางใจได้เพื่อช่วยเหลือคุณคือ AsiaCommerce AsiaCommerce มีโกดังอยู่ที่กวางโจว ประเทศจีน นอกจากทำ QC แล้ว จะมีทีมงานที่ช่วยแพ็คของ หากคุณเป็นสมาชิก AsiaCommerce คุณจะได้รับบริการค้นหาสินค้าและซัพพลายเออร์โดยทีมงานมืออาชีพ

ซัพพลายของ อาลีบาบา

2. “อาลีบาบา” ค่าจัดส่งแพง

อีกคำถามหนึ่งที่ผู้นำเข้ามือใหม่มักถามคือ ทำไมการจัดส่งสินค้าของอาลีบาบาไปยังประเทศไทยจึงมีราคาแพง ต่อไปนี้เป็นเหตุผลบางประการที่อาลีบาบามีอัตราค่าจัดส่งแพง

"อาลีบาบา" ค่าจัดส่งแพง

A. “อาลีบาบา” บริการจัดส่งที่ปลอดภัย รวดเร็ว และเชื่อถือได้

บริษัทอาลีบาบามีมานานกว่า 20 ปีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงได้พัฒนาความสามารถในการจัดการด้านลอจิสติกส์อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลจาก thecoldwire.com ระบุว่าในปี 2018 เพียงปีเดียวอาลีบาบาสามารถจัดส่งพัสดุภัณฑ์ได้ 1.04 พันล้านชิ้นทั่วโลก มีรายงานว่าพัสดุส่วนใหญ่มาถึงอย่างเรียบร้อย ตรงเวลา และอยู่ในสภาพดี ความสำเร็จที่ไม่ธรรมดานี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การขนส่งของอาลีบาบามีความน่าเชื่อถือ สามารถติดตามสินค้าได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท จึงมีความปลอดภัยสูง

"อาลีบาบา" บริการจัดส่งที่ปลอดภัย รวดเร็ว และเชื่อถือได้

B. ต้นทุนซัพพลายเออร์สูง

“ค่าธรรมเนียมซัพพลายเออร์” คืออะไร และเหตุใดจึงส่งผลต่อค่าขนส่งของคุณ อาลีบาบาเรียกเก็บเงินจากซัพพลายเออร์บนเว็บไซต์ของตน กล่าวโดยสรุป ค่าธรรมเนียมนี้คือ “ค่าเช่า” ของซัพพลายเออร์ในฐานะผู้ขายในอาลีบาบา ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องมือทางการตลาดและความรู้จากอาลีบาบาด้วย นอกจากนี้ อาลีบาบายังรวบรวมค่าคอมมิชชั่นจากทุกรายการที่ซัพพลายเออร์ขายในอาลีบาบาได้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยลดผลกำไรจากซัพพลายเออร์

นอกจากค่าธรรมเนียมซัพพลายเออร์แล้ว ยังมี “ค่าธรรมเนียมการตลาด” อีกด้วย ปัจจุบันคาดว่ามีซัพพลายเออร์ในอาลีบาบามากกว่า 150,000 ราย ซึ่งนับเป็นจำนวนผู้ขายที่ค่อนข้างมาก แน่นอนว่าคุณสามารถจินตนาการถึงการดิ้นรนของซัพพลายเออร์เหล่านี้เพื่อที่จะได้ปรากฏอยู่ที่ด้านบนสุดของการค้นหาสินค้า วิธีหนึ่งที่อาลีบาบาใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้คือการสร้างระบบสมาชิกซึ่งแบ่งออกเป็นแพ็คเกจพื้นฐาน แพ็คเกจมาตรฐาน และแพ็คเกจพรีเมียม ซัพพลายเออร์ที่สมัครแพ็คเกจพรีเมียมจะปรากฏที่ด้านบนสุดของเครื่องมือค้นหาและรับสิทธิ์โฆษณาในหน้านั้น

ต้นทุนซัพพลายเออร์สูง

C. ซัพพลายเออร์ประเมินความจริงจังของคุณ

ซัพพลายเออร์ที่ขายบนอาลีบาบามักจะเป็นบริษัทหรือโรงงานที่ผลิตสินค้าที่พวกเขาขายโดยตรง ดังนั้นพวกเขาจึงชอบผู้นำเข้าที่ต้องการซื้อในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนการเริ่มต้นเครื่องจักรในโรงงาน

ในบางกรณี ซัพพลายเออร์อาจส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (ต้นแบบ) ฟรีพร้อมค่าธรรมเนียมการจัดส่งที่เรียกเก็บจากคุณ หากคุณตกลง ซัพพลายเออร์มักจะให้ความสำคัญกับคุณในการซื้อจำนวนมาก แนวความคิดเป็นแบบนี้ มีคนบอกให้จ่ายค่าไปรษณีย์แพงๆ เพื่อซื้อตัวอย่างเท่านั้น แต่โดยปกติ ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่คุณจะใช้จ่ายในภายหลังกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะมากกว่าที่คุณต้องจ่ายสำหรับไปรษณีย์นี้ จากที่นี่ซัพพลายเออร์สามารถตัดสินได้ว่าคุณเต็มใจที่จะซื้อขั้นสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ ค่าขนส่งสินค้าขายส่งมักจะถูกกว่าค่าขนส่งตัวอย่างอย่างแน่นอน

 ซัพพลายเออร์ประเมินความจริงจังของคุณ

D. ระยะทางในการขนส่งนาน

ในการกำหนดต้นทุนการจัดส่ง องค์ประกอบที่มีมูลค่ามากที่สุดคือระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปยังปลายทาง แน่นอน ยิ่งระยะทางไกล ราคายิ่งสูง อาลีบาบาเป็นบริษัทที่มาจากจีน ดังนั้นซัพพลายเออร์ของอาลีบาบาก็มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศจีนด้วย ระยะทางจากจีนไปยังไทยค่อนข้างไกลแม้ว่าจะยังอยู่ในทวีปเดียวกันก็ตาม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ค่าใช้จ่ายในการขนส่งของอาลีบาบาจะมีราคาสูง

ระยะทางในการขนส่ง

E. ค่าแรง

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในประเด็นข้างต้น ซัพพลายเออร์ในอาลีบาบามักจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาขายโดยตรง ดังนั้นเมื่อคุณซื้อผลิตภัณฑ์ โปรดทราบว่าคุณไม่เพียงแต่จ่ายต้นทุนวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเท่านั้น คุณยังจ่ายค่าแรงที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงพนักงาน เครื่องจักร และเวลาที่ใช้ในการผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เฉพาะที่คุณซื้อ ในบางกรณี ค่าขนส่งจะรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเอกสารนำเข้าส่งออกโดยซัพพลายเออร์ด้วย

ค่าแรง

3. กลยุทธ์สำหรับการจัดส่งสินค้า “อาลีบาบา” ราคาถูก

คุณรู้อยู่แล้วว่าปัจจัยใดบ้างที่ทำให้การจัดส่งสินค้าในอาลีบาบาทมีราคาสูง ดังนั้นกลยุทธ์ในการลดค่าไปรษณีย์ของอาลีบาบาคืออะไร? อ่านเพิ่มเติมด้านล่าง

A. การเจรจากับซัพพลายเออร์

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาการจัดส่งในอาลีบาบา คุณจะพบว่าการตัดสินใจเรื่องต้นทุนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ ดังนั้น คุณในฐานะนักธุรกิจ/ผู้ประกอบการจะต้องสามารถต่อรองราคากับซัพพลายเออร์ได้ อีกวิธีหนึ่งที่นอกเหนือจากการเจรจาต่อรองคือการซื้อแบบค้าส่ง โดยปกติซัพพลายเออร์สามารถขายสินค้าในราคาต่อหน่วยที่ต่ำลงหากคุณยินดีที่จะซื้อในปริมาณมาก

การเจรจากับซัพพลายเออร์

B. การใช้บรรจุภัณฑ์และระบบขนส่งที่เหมะสม

การขนส่งระหว่างประเทศมี 2 เส้นทาง นั่นคือทางทะเล (โดยใช้เรือ) หรือทางอากาศ (โดยใช้เครื่องบิน) ค่าขนส่งทางทะเลมักจะวัดจากปริมาณของสินค้าที่จะจัดส่ง ในขณะที่ค่าขนส่งทางอากาศมักจะวัดจากน้ำหนักของสินค้า

เส้นทางบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งที่คุณเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณมีผลต่อองค์ประกอบทั้งสองนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ของคุณจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของต้นทุนการจัดส่ง หากคุณจัดส่งทางทะเล คุณสามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีที่ว่างในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ จึงไม่เปลืองพื้นที่ ในทางกลับกัน หากคุณใช้เส้นทางการบิน คุณสามารถเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เบากว่า เช่น พลาสติกหรือกระดาษแข็งแทนแก้วหรือไม้

การใช้บรรจุภัณฑ์และระบบขนส่งที่เหมะสม

C. การใช้บริการจากบุคคลภายนอก

กลยุทธ์สุดท้ายคือ คุณสามารถหาบุคคลที่สามเพื่อจัดส่งสินค้าของคุณจากประเทศจีนไปยังประเทศไทย บริษัทบุคคลที่สามที่เหมาะสมสามารถช่วยคุณลดต้นทุนและเวลาได้มาก จากสามกลยุทธ์ในการลดต้นทุนการขนส่งของอาลีบาบา กลยุทธ์นี้ง่ายที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้นำเข้ามือใหม่ เนื่องจากผู้นำเข้าไม่จำเป็นต้องมีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเป็น PT เพื่อนำเข้า เนื่องจากนิติบุคคล PT จะปฏิบัติตามบุคคลที่สาม ในบางกรณี บุคคลที่สามจะดูแลเอกสารที่คุณต้องดูแลเมื่อนำเข้าด้วย

หนึ่งในบริษัทบุคคลที่สามที่สามารถช่วยคุณลดต้นทุนและเวลาได้มากคือ AsiaCommerce ทีมงาน AsiaCommerce ให้บริการค้นหาสินค้าและซัพพลายเออร์แก่สมาชิก AsiaCommerce ยังมีคลังสินค้าในกวางโจว ประเทศจีน ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลกับการจัดเก็บและจัดส่งสินค้า ไม่ต้องดูแลเอกสารเพราะมีทีมงานคอยดูแล คุณสนใจที่จะเป็นสมาชิกของเราหรือไม่? มาเข้าร่วมเป็นสมาชิก AsiaCommerce กันเถอะ และเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายในการทำธุรกิจ!