ทีมสนับสนุนลูกค้าของเราพร้อมตอบคำถามของคุณ ถามอะไรเราสิ!
ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ และการตลาดบน อีคอมเมิร์ซ

ในขณะที่โลกของธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ” พัฒนาขึ้น ความคาดหวังของลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน หลายปีก่อนการบรรจุกล่องพัสดุ และการจัดส่งเป็นเพียงวิธีการซื้อขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจกับการจัดส่ง และบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ “อีคอมเมิร์ซ” มากขึ้น

ดังนั้น จึงมีนักธุรกิจหน้าใหม่จำนวนมากที่ก้าวเข้าสู่โลกของธุริกจอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น การศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ และกลยุทธ์ทางการตลาดในการโปรโมทสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย หรืออินเตอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้สามารถขายสินค้า และเอาชนะคู่แข่งที่มีจำนวนมากได้

สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นอกเหนือจากการขายสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว การมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่แปลกใหม่เกินความคาดหวังของลูกค้า

ในบทความนี้ AsiaCommerce จะพูดถึงความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ และการตลาดสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยจะให้ความสำคัญกับ 5 หัวข้อหลัก ๆ :

  • อีคอมเมิร์ซ คืออะไร
  • ตัวเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
  • ประกันภัย และการติดตาม
  • ใบศุลกากร และแบบฟอร์ม
  • กลยุทธ์การตลาด

“อีคอมเมิร์ซ” คืออะไร

E-Commerce (อีคอมเมิร์ซ) ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce แปลเป็นภาษาไทยได้ว่าการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหมายถึงการทำธุรกิจโดยซื้อขายสินค้า หรือโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิธีที่นิยมใช้กันเช่น วิทยุ โทรทัศน์ และที่มีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ อินเทอร์เน็ต โดยสามารถใช้ทั้งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอในการทำธุรกิจได้ การทำธุรกิจแบบอีคอมเมิร์ซสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวาง และทำให้ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินการได้เป็นอย่างดี

ตัวเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ”

บรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ

ก่อนที่คุณจะสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์ของคุณได้ คุณจะต้องบรรจุผลิตภัณฑ์ของคุณลงในกล่องพัสดุเพื่อการขนส่งที่ปลอดภัย แล้วคุณมีตัวเลือกอะไรบ้าง? มีตัวเลือกทั่วไปสองสามตัวเลือกสำหรับบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกล่องหรือซองจดหมาย (กันกระแทก หรือไม่กันกระแทก) สำหรับธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย คุณจะต้องมีกล่อง และวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายเช่นกันเพื่อที่จะจัดส่งผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างปลอดภัย

คุณอาจต้องลองคิดนอกกรอบ และพิจารณาตัวเลือกบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ซองไปรษณีย์กันนํ้าอาจเป็นวิธีที่ดีในการส่งผลิตภัณฑ์ทางไปรษณีย์ที่ไม่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง หรือการกันกระแทก เช่น เสื้อผ้า

ซองไปรษณีย์กันนํ้ามีประโยชน์หลายประการ เช่น มีน้ำหนักเบาช่วยลดต้นทุนการจัดส่งของคุณ สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณและน้ำหนักได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่รวมอยู่ในคำสั่งซื้อ ตัวอย่างเช่น ซองไปรษณีย์กันนํ้า 1 ซองสามารถรองรับถุงเท้าได้หนึ่งถึงห้าคู่ ดังนั้นคุณจะไม่ต้องจ่ายเงินมากเกินไปสำหรับน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ หรือขนาดสำหรับถุงเท้าเพียงคู่เดียว

เบาและเล็ก

ตัวเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ

เนื่องจากต้นทุนของตัวเลือกการจัดส่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับขนาด หรือน้ำหนัก ดังนั้นคุณควรพยายามทำให้บรรจุภัณฑ์ของคุณมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณประหยัดค่าขนส่งและราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายสำหรับค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ทำกำไรของคุณเสียไป

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธุรกิจและประเภทผลิตภัณฑ์ของคุณ ดังนั้นทางที่ดีคุณควรสต็อกบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาด และทำจากวัสดุที่หลากหลาย และเหมาะสมกับสินค้าของคุณ

คนส่วนใหญ่มองว่าบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ข้างต้นนั้นมีขนาดที่ใหญ่เกินไป นี่คือสิ่งที่คุณควรพยายามหลีกเลี่ยงเนื่องจากจะทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นอย่างมาก

ประกันภัย และการติดตาม

การจัดส่งสินค้า

การประกัน และการติดตามการจัดส่งสามารถสร้างความความปลอดภัยให้กับสินค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณขาย และมูลค่า สำหรับผู้ให้บริการขนส่งส่วนใหญ่ การประกันภัย และการติดตามมีราคาไม่แพงนัก และให้การช่วยเหลือในกรณีที่พัสดุชิ้นใดชิ้นหนึ่งของคุณสูญหาย หรือเสียหาย บริการจัดส่งบางอย่าง เช่น UPS และ USPS Priority Mail ให้ความคุ้มครองฟรีสูงถึง $100 และความคุ้มครองนั้นอาจสูงถึง $200 ในบางกรณี

ดังนั้นคุณควรพิจารณาซื้อประกันสำหรับสินค้าที่มีราคาสูงเพื่อที่ในกรณีที่พัสดุสูญหาย คุณจะได้รับการคุ้มครองในบางกรณี บริการจัดส่งบางบริษัทมีการประกันราคาอยู่แล้ว ดังนั้นคุณควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้เมื่อคุณเปรียบเทียบราคาของผู้ให้บริการจัดส่งแต่ละเจ้า

ใบศุลกากร และแบบฟอร์ม

ใบศุลกากรและแบบฟอร์ม

หากคุณกำลังจัดส่งนอกประเทศของคุณ คุณจะต้องแนบเอกสารศุลกากรที่เหมาะสม ซึ่งมีจำหน่ายทางออนไลน์ผ่าน Shopify หรือที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ของคุณ หรือสถานที่ขายปลีกที่จัดส่ง แบบฟอร์มเหล่านี้จะบอกเจ้าหน้าที่ศุลกากรในประเทศที่นำเข้าว่ามีอะไรอยู่ในกล่องพัสดุ ราคาเท่าไหร่ และดูว่าเป็นของฝาก หรือสินค้า

ตรวจสอบการบริการไปรษณีย์ในประเทศของคุณเพื่อดูว่าคุณต้องแนบแบบฟอร์มใดกับพัสดุภัณฑ์ของคุณ แบบฟอร์มเหล่านี้ควรกรอกอย่างตรงไปตรงมา และชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้พัสดุของคุณถูกกักไว้ที่ศุลกากร

ภาษีสำหรับธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ”

ภาษีสำหรับธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ

หากมีค่าธรรมเนียมศุลกากรเพิ่มเติมที่ครบกำหนด เมื่อพัสดุถึงปลายทางลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมดังกล่าว ณ เวลาที่จัดส่ง ดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดีที่จะรวมข้อมูลนี้ไว้ใน หน้านโยบายการจัดส่งของคุณ เพื่อไม่ให้ลูกค้าประหลาดใจกับค่าธรรมเนียมที่ไม่คาดคิด

ต่อไปนี้คือตัวอย่างวิธีที่ร้านค้าหนึ่งแสดงข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในหน้านโยบายการจัดส่งของตนอย่างเด่นชัด เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะทราบถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น:

*ข้อสำคัญ: เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะถูก หรือไม่ถูกเรียกเก็บภาษี ภาษีศุลกากร ภาษีนำเข้า เพิ่มเติมเมื่อพัสดุมาถึงประเทศปลายทาง ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะต้องชำระโดยผู้รับพัสดุ ประโยคนี้ใช้ได้เฉพาะกับคำสั่งซื้อระหว่างประเทศ และประเทศแคนนาดาเท่านั้น

ข้อมูลใบศุลกากร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใบข้อมูลศุลกากร และแบบฟอร์มและนโยบายที่จำเป็น โปรดดูแหล่งข้อมูลด้านล่าง:

  • ข้อมูลศุลกากรของ USPS
  • UPS
  • DHL Express

กลยุทธ์การตลาดสำหรับ “อีคอมเมิร์ซ”

นอกจากการมี บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และเอกสารศุลกากรที่ดีแล้ว การใช้กลยุทธ์การตลาดในการโปรโมทสินค้าทางโซเซียลมีเดีย หรือช่องทางออนไลน์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากไม่มีคนรู้จักและไม่มีคนเข้าชมเว็บไซต์หรือสินค้า การขายสินค้าก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ สำหรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทำแล้วได้ผลและช่วยเพิ่มยอดขายได้ก็มีดังนี้

1. SEO (Search Engine Optimization)

SEO หรือ Search engine optimization คือกระบวนการที่พยายามทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรก ๆ บน Search Engine  เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ในลำดับแรก ๆ มักจะถูกผู้คนคลิกเข้าไปดูบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป ดังนั้นการทำ SEO จะทำให้มีคนคลิกเข้ามาดูข้อมูลภายในเว็บไซต์ของเรา และช่วยให้สินค้าและบริการของเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มการรับรู้และความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของเราได้อีกด้วย โดยปกติการทำ SEO นั้นมีอยู่หลายวิธี เช่น การค้นหารูป การค้นหาวิดีโอ แต่สิ่งที่คนส่วนมากใช้ใมากที่สุดก็คือ Web Search นั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ SEO คือการทำสงครามระหว่าง Web Master ทั้งหลายเพื่อชิงตำแหน่งสูง ๆ ของผลลัพธ์ในการค้นหาจาก Search Engine ชื่อดังต่าง ๆ โดยมี Keyword เป็นอาวุธนั่นเอง เพราะฉะนั้นคุณควรรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของคุณมักจะชอบใช้ Keyword อะไร เพื่อที่จะทำให้เว็ปไซต์ของคุณอยู่บนหน้าแรก ๆ ของลูกค้าเสมอ

2. คอนเทนต์การตลาด

คอนเทนต์การตลาด คือ การสร้างเนื้อหาโฆษณาสินค้า ที่มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ และอาศัยช่องทางอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้าของเรา โดยคอนเทนต์นั้นสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น บทความ อินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ รวมถึง รายการวิทยุ หรือ พอดแคสต์ ซึ่งคอนเทนต์ต่าง ๆ นั้นต้องมีความน่าดึงดูด และน่าสนใจในการเข้ามารับชม หรือรับฟัง สร้างความประทับใจในตัวสินค้า หรือบริการของคุณให้กับลูกค้า

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ การทำคอนเทนต์การตลาดสามารถทำได้ด้วยการเขียนเกี่ยวกับข้อดีของบ้าน และคอนโด การเลือกซื้อบ้าน โดยต้องทำคอนเทนต์ออกมาอย่างสม่ำเสมอ จนกลุ่มเป้าหมายเริ่มสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ และเริ่มสนใจในตัวสินค้าของเรานั่นเอง นอกจากนี้การทำคอนเทนต์ในรูปแบบบทความในเว็บไซต์ “อีคอมเมิร์ซ” ยังช่วยในการทำ SEO ได้อีกด้วย 

3. การตลาดบนโซเชียลมีเดีย

การทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ตัวอย่างเช่น Facebook, Instagram, Twitter, LINE เป็นสื่อกลางระหว่างเว็บไซต์หลักของธุรกิจของคุณ และลูกค้า ทำให้คุณสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้ทันที ซึ่งโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการติดต่อซื้อขายเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสำหรับโปรโมทสินค้า และให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้า รวมถึงการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์หลักด้วยการแชร์ลิงค์ของเว็บไซต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ติดอันดับบน SEO ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

นอกจากนี้ โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ก็ยังเป็นช่องทางที่เหมาะ และได้รับความนิยมในการลงโฆษณา โดยคุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ และมีรูปแบบให้เลือกใช้ตามความต้องการ เช่น เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมที่คลิกเข้าสู่เว็บไซต์ (Website Clicks) เป็นต้น ส่วน YouTube ก็ยังเป็นสื่อที่มาแรงสำหรับการลงโฆษณาแบบวิดีโอ ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายและวัดผลได้ ต่างจากการลงโฆษณาทางโทรทัศน์ในรูปแบบเดิม

หากคุณมีปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง AsiaCommerce มีบริการที่จะช่วยคุณ นอกจากนี้เรายังสามารถช่วยคุณทำการตลาด และขายสินค้าของคุณทั้งสินค้าขายปลีก หรือสินค้าที่ต้องการขายในปริมาณมาก เรากำลังทำให้ผู้นำธุรกิจในท้องถิ่นร่วมมือกับตลาดโลกระหว่างประเทศได้ นอกจากบริการส่งออกแล้ว เรายังช่วยคุณนำเข้า ขนส่ง ค้นหาสินค้าต่างประเทศ และจัดการปัญหาการจัดจำหน่ายของบริษัทของคุณในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต้องการความช่วยเหลือด้านการจัดส่งหรือไม่ เราช่วยคุณได้! สามารถกรอกแบบฟอร์มได้ที่นี่: https://th.asiacommerce.net/package-forwarding-international-dropship/