ทีมสนับสนุนลูกค้าของเราพร้อมตอบคำถามของคุณ ถามอะไรเราสิ!


1. ศึกษาตลาดและสินค้าที่ต้องการจะนำเข้า

การศึกษาตลาดและการคัดเลือกสินค้าที่จะนำเข้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้นำเข้าต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก โดยการเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาขาย ผู้นำเข้าควรค้นหาผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ศึกษาข้อมูลของสินค้า องค์ประกอบสินค้า หรือควรขอดูตัวอย่างสินค้าจริงจากผู้ที่ค้าส่ง และศึกษาข้อคิดเห็นของผู้ที่เคยใช้บริการสินค้าเหล่านั้น เพื่อตรวจสอบคุณภาพว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้ขาย อีกทั้งยังควรศึกษาตลาดเพื่อดูแนวโน้มสินค้าในปัจจุบันและปริมาณคู่แข่งในตลาด เพื่อให้สินค้าที่คุณเลือกนำเข้าสามารถแข่งขันในตลาดได้

นอกจากนี้ผู้นำเข้าควรศึกษาข้อจำกัดด้านการขนส่งและกฎหมายในประเทศให้ถี่ถ้วน และควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าสินค้าที่ต้องการนำเข้าเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมายและได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศได้ เนื่องจากสินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจจะต้องเสียภาษีในราคาแพง หรืออาจเกิดการยึดสินค้าจากกรมศุลกากรได้

2. เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นกรมศุลกากร

ในกรณีที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ควรเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกรมศุลกากร ดังนี้
2.1 บัญชีราคาสินค้า ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า เช่น รายการจำนวนสินค้า ราคาต่อหน่วย น้ำหนัก เป็นต้น
2.2 บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ ซึ่งเป็นเอกสารแสดงรายละเอียดของที่บรรจุในแต่ละหีบห่อสินค้า
2.3 ใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องยื่นต่อกรมศุลกากรในการนำเข้าสินค้า
2.4 ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า
2.5 เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบตราส่งสินค้าทางเรือ, เอกสารแสดงส่วนผสม

3. ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

ในขั้นตอนนี้ถ้าหากคุณไม่อยากดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆด้วยตนเอง ก็สามารถใช้บริการบริษัทขนส่งหรือโลจิสติกส์ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันชิปปิ้งจะมีให้บริการ 2 แบบ ได้แก่ ชิปปิ้งที่บริการสั่งสินค้าให้พร้อมนำส่ง และชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียว โดยชิปปิ้งที่บริการสั่งสินค้าให้พร้อมนำส่ง จะให้บริการชิปปิ้งในทุกขั้นตอน เพียงแค่ผู้นำเข้าติดต่อกับชิปปิ้งและแจ้งว่าต้องการสั่งสินค้าประเภทไหนและจำนวนเท่าไหร่ โดยชิปปิ้งประเภทนี้ ผู้ที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนก็สามารถใช้บริการได้ และหากสินค้ามีปัญหา ทางร้านต้นทางส่งไม่ครบ ก็สามารถให้ชิปปิ้งติดต่อจัดการให้ได้เลย ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้นำเข้าเป็นอย่างมาก แต่อาจมีค่าบริการที่สูงกว่าชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียว โดยชิปปิ้งที่บริการนำส่งสินค้าให้อย่างเดียวนั้น จะมีข้อจำกัดที่น้อยกว่า เนื่องจากสามารถเลือกร้านค้าที่ประเทศจีนและสินค้าที่ต้องการนำเข้าได้เอง สามารถกดซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ เช่น Taobao และ 1688 ได้โดยตรง แต่การบริการรูปแบบนี้คุณจะต้องสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ และหากเกิดปัญหา เช่น สินค้าที่สั่งมาไม่ถูกต้องหรือเสียหาย คุณต้องเป็นคนติดต่อร้านค้าที่จีนด้วยตนเอง

ถ้าคุณต้องการดำเนินการด้วยตนเองจะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
3.1 ยื่นเอกสารสำคัญในการขนส่งสินค้าขาเข้า ดังที่กล่าวในขั้นตอนที่ 2 โดยข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบศุลกากร เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะออกเลขที่ใบขนสินค้าให้ แต่หากมีข้อมูลผิดพลาด ผู้นำเข้าจะต้องทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการขั้นต่อไป
3.2 ทำการชำระภาษีอากรให้เรียบร้อย โดยเงื่อนไขการเสียภาษีอากรของสินค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน และสามารถชำระภาษีอากรได้ 3 ช่องทางคือ ผ่านกรมศุลกากร, ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และผ่านช่องทางธนาคาร ในขั้นตอนนี้ต้องเตรียมสินค้าให้พร้อมเพื่อตรวจสอบและปล่อยสินค้าออกจากกรมศุลกากร
3.3 เมื่อผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้านำเข้าพร้อมกับใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันว่าได้ชำระค่าภาษีอากรที่คลังสินค้าเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลของสินค้าเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง และจึงจะทำการปล่อยสินค้าให้กับผู้นำเข้าต่อไป

เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถนำเข้าสินค้าจากจีนได้สำเร็จ พร้อมที่จะนำมาจำหน่ายในร้านของคุณ

หากคุณไม่ต้องการดำเนินการตามขั้นตอนที่มากมายข้างต้นด้วยตนเอง เราขอแนะนำบริการการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนแบบถูกกฎหมายของบริษัท AsiaCommerce Network Thailand โดยเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์ที่จะดำเนินการนำเข้าให้คุณตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า สินค้าที่คุณสั่งซื้อจะจัดส่งให้คุณถึงหน้าบ้านในเวลาอันรวดเร็ว

สนใจสมัคร AsiaCommerce Membership กับเรา